สุดเศร้า! รับศพ ‘น้องมีนา’ รถเมล์ทับ แม่รับลืมใส่หมวกกันน็อกให้ ตร.เรียกกระบะสีเขียวชี้แจง

ข่าว

ครอบครัวเศร้ารับศพ ‘น้องมีนา’ 7 ขวบ ถูกรถเมล์ทับ แม่ยังทำใจไม่ได้ รับลืมใส่หมวกกันน็อกให้ลูก ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกกระบะสีเขียว ขับตามหลังชี้แจง

 

กรณี น.ส.ลักษมี อายุ 30 ปี ขี่รถจยย.ออกมาจากซอยกำนันแม้น 5 โดยมีน้องมีนา วัย 7 ปี ลูกสาว ซ้อนท้ายมาด้วย ก่อนเสียหลักล้ม ทำให้รถเมล์ที่วิ่งสวนมาจากฝั่งบางขุนเทียน มุ่งหน้าแยกกัลปพฤกษ์ ไม่ทันเห็นทับร่างที่น้องมีนาเสียชีวิต โดยรถเมล์คันดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถ แต่เมื่อสอบถามคนขับกลับตอบว่ามองไม่เห็น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 ธ.ค.65 ที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช น.ส.ลักษมี แม่น้องมีนา คุณตา และ คุณยาย เดินทางมารับศพของน้องมีนา โดยครอบครัวถือรูปภาพและนำชุดนักเรียนของน้องมีนา มาให้เจ้าหน้าที่ นำไปใส่ให้น้องเป็นครั้งสุดท้าย ครอบครัวยังนิมนต์พระจากวัดสิงห์ มาสวดบังสุกุล ก่อนจะเคลื่อนศพไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

จากการสอบถาม น.ส.ลักษมี แม่ของน้องมีนา กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ในอาการเศร้าโศก และยังทำใจกับการสูญเสียไม่ได้ ในวินาทีที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก ตนพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าลูกสาวแล้ว แต่ไม่ทันจริงๆ ทำให้ลูกสาวหล่นจากรถและถูกกับล้อรถเมล์ ตนเลี้ยวขวาออกจากซอยกำนันแม้น 5 ออกมา จนพ้นแล้ว จะขี่ตรงไปเพื่อหาจังหวะเบี่ยงเข้าเลนซ้าย ตามเลนจักรยานยนต์ปกติ

“พอเลี้ยวออกจากซอยก็รู้สึกว่า รถจักรยานยนต์ถูกเฉี่ยวจากทางซ้าย ทำให้รถเซ ตกใจจึงเบรกกะทันหัน และลูกสาวที่นั่งอยู่หน้าล้มลง อีกทั้งวันเกิดเหตุ ยอมรับว่าลืมที่จะสวมหมวกกันน็อกให้ลูกสาว แต่โดยปกติแล้วจะสวม มีเพียงแค่วันเกิดเหตุที่ลืมหยิบมาให้” น.ส.ลักษมี กล่าว

ด้าน นายยุทธพล อ่อนประไพ ตาของน้องมีนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังทำใจกันไม่ได้ ทุกครั้งที่นึกถึงหลานสาวก็จะร้องไห้ อย่างเมื่อเช้านี้ปกติจะทำอาหารให้หลานทาน แต่วันนี้กลับทำไม่ได้ ต้องเรียกผ่านรูปแทน

นายยุทธพล กล่าวต่อว่า ตนยังติดใจในอุบัติเหตุ เนื่องจากไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด ก็สังเกตเห็นว่ารถยนต์คันสีเขียวที่ขับตามรถจักรยานยนต์ ขับกินเลยขวามากเกินไป เมื่อเทียบกับรถยนต์คันอื่นๆ ที่วิ่งก่อนหน้า จะสังเกตเห็นจากฝาท่อบนถนน (คันอื่นขับคร่อมไป แต่คันเขียวขับเบี่ยงไปทางขวา) คาดว่าคนขับรถยนต์คันสีเขียวคงมองแต่รถจักรยานยนต์ฝั่งซ้าย ทำให้ไม่เห็นฝั่งขวา

เมื่อกลับไปสำรวจรถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ ก็พบว่ามีรอยถลอกคล้ายถูกเฉี่ยวชน ซึ่งเป็นรอยฝั่งซ้ายอยู่ด้านท้ายของรถ ซึ่งเป็นรอยใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ล่าสุดตำรวจออกหมายเรียก ชายที่ขับรถยนต์คันสีเขียวมาแล้ว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตนอยากให้เจ้าของรถยนต์คันสีเขียวมาพบตำรวจ ชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น

เพราะขณะที่เกิดเหตุคนขับรถสีเขียว พูดเพียงแค่ว่า สาเหตุที่รถจักรยานยนต์ล้มเพราะไปชนกับรถจักรยานยนต์สีขาว ซึ่งในความจริงแล้ว ไม่มีรถจักรยานยนต์ทางฝั่งขวาเลย ตนมองว่าเป็นการอ้างขึ้นมาลอยๆ เพราะหลังเกิดเหตุทุกคนโฟกัสที่หลานสาวและรถเมล์ จึงทำให้ไม่ได้สังเกตว่า รถยนต์คันสีเขียวขับหายไป

ด้านนายธนากร เจริญสาร คนขับรถกระบะ นิสัน สีเขียว ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ยืนยันว่าไม่ได้ขับรถชนจยย.ของน.ส.ลักษมี แต่ขับรถตามหลังจริง และเห็นว่าน.ส.ลักษมีเสียหลักล้มลง โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจจะตกใจรถเมล์ที่กำลังวิ่งสวนมา ตนจึงรีบเบรก และจอดรถลงไปดูเหตุการณ์นาน 5-10 นาที ก่อนจะเห็นว่า รถติดเป็นทางยาว จึงตัดสินใจขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุ เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ตำรวจโทรศัพท์มาสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และนัดหมายให้เข้าไปให้ปากคำ แต่ยังไม่ได้ระบุวัน-เวลาที่ชัดเจน ซึ่งตนก็พร้อมจะเข้าไปให้ข้อมูลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์