เจอแล้ว! หนุ่มหลงป่าคนสุดท้าย แทบไม่เหลือแรง หลังหายไป 7 วัน กินน้ำลำธารประทังชีวิต

ข่าว

เจอแล้ว! หนุ่มหลงป่าคนสุดท้าย แทบไม่เหลือแรง หลังหายไป 7 วัน กินน้ำลำธารประทังชีวิต

 

วันที่ 3 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์บริการข้อมูลส่วนรุกขชาติน้ำตกสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ ผู้บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ได้มอบหมายให้ นายสำรวย เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ รองผู้บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ทหาร ตร. อส.และป่าไม้ ได้เดินทางไปที่บริเวณน้ำตกสามหลั่นไปตามเส้นยุทธศาสตร์วิถีโอจะรังกะฮอม  

เนื่องจากได้รับรายงานจากชุดปฏิบัติการที่ 3 หน่วยงานป้องกันพัฒนาป่าไม้ที่ ศก.1 ว่า พบผู้พลัดหลงป่ารายสุดท้ายคือ นายพงษ์สิทธ์ จันทร์โท อายุ 28 ปี ที่ได้ออกจากบ้านเข้าป่าอ้างว่าเข้าไปหาเก็บเห็ดและของป่าในป่าพนมดงรักพร้อมกับเพื่อน 2 คน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา และได้พลัดหลงในป่า ซึ่งอยู่ในรอยต่อชายแดนระหว่าง อ.กันทรลักษ์ และ อ.ขุนหาญ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาไปพบนั้น สภาพของ นายพงษ์สิทธิ์ นุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียว มีเสื้อลายพรางของทหารวางอยู่ใกล้ๆ มีสภาพอ่อนเพลียอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องพากันใช้เปลหามออกมาจากป่าที่รกทึบอย่างทุลักทุเล

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า นายสำรวย พร้อมด้วย แม่ของ นายพงษ์สิทธิ์ และคณะเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล รพ.สต.บ้านสำโรงเกียรติ ได้เดินบุกป่าเข้าไปรับ นายพงษ์สิทธิ์ ที่หลงป่านาน 7 วันด้วยตนเอง ซึ่งวินาทีที่แม่ของ นายพงษ์สิทธิ์ พบตัวลูกชายถึงกับร้องไห้โฮด้วยความดีใจ และเข้าไปกอดพร้อมทั้งจับมือลูกชายเอาไว้ ก่อนกล่าวขอบคุณ นายสำรวย และคณะเจ้าหน้าที่ทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ ที่ได้ช่วยค้นหาลูกชายจนพบ

นายสำรวย กล่าวว่า ชาวบ้านที่หลงป่านั้น มีทั้งสิ้น 3 คน โดยพบตัว นายสาคร และ นายวาทิตย์ ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน นายพงษ์สิทธิ์ ยังหาไม่เจอ จากการที่ได้สอบถามชาวบ้านที่พบตัวคนแรก คือ นายสาคร ทราบว่า เข้าไปในป่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. พอวันที่ 29 ก.ค. นายสาคร ได้ออกมาจากป่า โดยอ้างว่าหิวน้ำ จึงได้แยกออกมาเพื่อมาเอาน้ำ โดยบอกให้เพื่อนรอก่อน พอได้น้ำแล้วกลับไปหาเพื่อนอีก 2 คน ก็ไม่พบแล้ว จึงได้เดินตามลำน้ำกลับออกมาก่อน

นายสำรวย กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่ 2 คือ นายวาทิตย์ ได้ออกมาจากป่าเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งในวันนี้ (3 ส.ค.) ตนได้ประชุมกำหนดแผนค้นหาผู้พลัดหลงและจัดชุดปฏิบัติการจำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ และออกค้นหาในเวลาประมาณ 08.00 น. โดยชุดปฏิบัติการที่ 1 เริ่มค้นหาจากฐานปฏิบัติการ 620 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสิ้นสุดที่ฝายพระอาทิตย์ ชุดปฏิบัติการที่ 2 เริ่มค้นหาจากฐาน 620 ไปทางทิศตะวันตกสิ้นสุดที่หน่วยพิทักษ์เชิงพระพุทธ ชุดปฏิบัติการที่ 3 เริ่มค้นหาจากน้ำตกสามหลั่น ไปสิ้นสุดที่มอควันดำ และชุดปฏิบัติการที่4 เริ่มค้นหาจากเขื่อนอาทิตย์ไปทางธรรมชาติวกกลับมาที่มอควันดำ ซึ่งชุดปฏิบัติการที่ 3 หน่วยงานป้องกันพัฒนาป่าไม้ที่ ศก.1 ได้พบ นายพงษ์สิทธ์ ซึ่งอาศัยน้ำจากลำธารกินประทังชีวิต ก่อนส่งตัวไป รพ.ขุนหาญ

ขอฝากเตือนประชาชนชาวศรีสะเกษที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า หากจะเข้าไปหาของป่าขอให้เข้าไปเป็นกลุ่ม และไม่ควรเข้าไปในป่าที่ไม่คุ้นเคยอย่างเด็ดขาด เนื่องจากว่ามักจะมีผู้ที่เข้าไปหาของป่าแล้วพลัดหลงป่าเป็นประจำ และอาจจะได้รับอันตรายจากกับระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่ตามแนวชายแดน ตนขอขอบคุณ ผู้แทนนายอำเภอขุนหาญ เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ขุนหาญ สภ.โดนเอาว์ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี กองร้อยทหารพราน 2609 อส.อ.ขุนหาญ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ผู้แทน หน.สนง.ปภ.จังหวัด หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ที่ศก. 1 และเจ้าหน้าที่สวนรุกขชาติน้ำตกสำโรงเกียรติ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ค้นหาช่วยเหลือชาวบ้านที่หลงป่าในครั้งนี้